facebook hiruscar

ติดตาม Hiruscar บน Facebook เพื่อทราบสิทธิประโยชน์ก่อนใคร

hiruscar channel

วีดีโอมันส์ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงจากเซเลปชื่อดัง

เรียนรู้เรื่อง
ผิวสวย

ทำความเข้าใจกับเรื่องผิวๆ เพื่อผิวที่แลดูเรียบเนียนไร้ริ้วรอย

ผลิตภัณฑ์ของเรา

Hiruscar

“ ร่องรอยเมื่อวันวาน ไม่นานก็เลือนราง ”

เจลใสที่ช่วยในการดูแลผิวที่มีปัญหา ซึมซาบเร็ว

Hiruscar Postacne

“ สิวหายเมื่อไหร่ จัดเต็ม ”

เจลใส ดูแลรอยสิว ช่วยลดรอยแดง รอยดำ ทำให้รอยหลุมสิวแลดูตื้นขึ้นและช่วยดูแลปัญหาสิวอุดตัน

Hiruscar Anti-Acne

“ สิวยุบด้วย 3 สเต็ป พิชิตสวย ”

ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้า เจลแต้มสิว และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเหมาะสำหรับผิวที่แพ้ง่ายและผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

Hiruscar Kids

“ ฮีโร่ตัวจริง ของผิวเด็ก ”

เจลใสดูแลรอยซน สูตรอ่อนโยน เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่ 2 ขวบ ขึ้นไป

Hirusoft

“ เพราะผิวสวยอาจเสียเร็วเกินแก้ ”

โลชั่นบำรุงผิว เนื้อบางเบา ช่วยทำให้ผิวที่แห้งและหยาบกร้าน กลับมาชุ่มชื่นและนุ่มนวล แลดูสุขภาพดี

รู้จักแผลเป็น

มาทำความเข้าใจแผลเป็นให้ถ่องแท้ เพื่อคุณจะได้ดูแลรอยแผลเป็นได้อย่างถูกต้อง และกลับมามีผิวที่เรียบเนียนได้อีกครั้ง

แผลเป็น คือ เนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อซ่อมแซมบาดแผล ซึ่งหากสร้างมากเกินไปจะเกิดเป็นรอยแผลนูน แต่หากมีการขยายเกินขอบเขตจะเรียกว่า แผลเป็นคีลอยด์ หรือหากสร้างน้อยเกินไป ผิวหนังก็จะเป็นหลุมเพราะเนื้อเยื่อใหม่มีน้อยเกินไป

อาจกล่าวได้ว่าแผลเป็นคือการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นประเภทต่างๆ ดังนั้นหากคุณอยากให้ผิวที่เป็นแผลกลับเรียบเนียน ก็ต้องเน้นการดูแลเรื่องการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ให้มีการซ่อมแซมเป็นปกติและการไหลเวียนใต้ผิวหนังให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวกลับสุขภาพดีได้เหมือนเดิมเมื่อเกิดบาดแผล

แผลเป็นทั่วไป

ปัจจัยภายใน

พันธุกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลทำให้เกิดความผิดปกติของการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจนที่มีการสร้างมากหรือน้อยเกินไปจึงเกิดแผลเป็นนูน ที่เรียกว่า Hypertrophic scar, Keloid หรือแผลเป็นลักษณะบุ๋มลงไปเรียกว่า Atrophic scar ดังนั้นถ้าในครอบครัวของเรามีคนที่มีแผลเป็นง่ายตัวเราเองก็มีโอกาสในการเกิดแผลเป็นได้ง่ายเช่นกันการเกิดรอยแผลเป็นยังเกี่ยวเนื่องกับตำแหน่งที่เกิดแผลเป็นอีกด้วย เช่น บริเวณคาง, ขากรรไกร, คอ, ไหล่, หน้าอก และหลังด้านบน นับเป็นตำแหน่งที่เกิดแผลเป็นได้ง่ายที่สุด เราจึงควรดูแลรักษาเป็นพิเศษ หากมีการทำการศัลยกรรมหรือการผ่าตัดในบริเวณนี้ก็อาจจะทำให้เกิดแผลได้

ปัจจัยภายนอก

ปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็น โดยมากเกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น เกิดจากแผลอีสุกอีใส, เกิดตามหลังการฉีดวัคซีนหรือการทำศัลยกรรมโดยเมื่อเกิดแผลขึ้นก็ควรดูแลทำความสะอาดไม่ให้มีการติดเชื้อและไม่แกะสะเก็ดแผลออกก่อนที่ภายในจะมีการซ่อมแซมเซลล์จนแผลหายดีแล้วเพราะการที่สะเก็ดแผลหลุดเร็วเกินไปก็จะทำให้เพิ่มโอกาสการเกิดแผลเป็นได้มากขึ้น

แผลเป็นจากสิว

ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสิวคือเชื้อแบคทีเรีย (P. acnes) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่อาศัยไขมันจากต่อมไขมันเป็นอาหารมีการหลั่งเอนไซน์บางชนิดที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวและการอักเสบที่ผิวหนัง การดูแลที่ถูกต้องนั้นไม่เพียงหยุดการอักเสบได้แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่มีสิวเกิดซ้ำซากที่เดิมจนทำให้เป็นแผลเป็นรอยดำหรือรอยอักเสบแดง การอักเสบในสิวทำให้เนื้อเยื่อและคอลลาเจนในผิวถูกทำลาย ปกติร่างกายจะมีกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่หากการซ่อมแซมนั้นไม่สมบูรณ์หรือเกิดขึ้นผิดปกติก็จะทำให้เกิดแผลเป็นจากสิวได้

แผลเป็นทั่วไป

ซึ่งระดับความรุนแรงจะมากกว่าแผลเป็นที่เกิดจากสิว

แผลเป็นหลุม (Hypotrophic)

เกิดจากเนื้อเยื่อผิวถูกทำลายลึกหลายชั้นและไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อทดแทนที่ชั้นผิวได้เต็มเหมือนเดิม

แผลเป็นนูนหนา (Hypertrophic)

เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเนื้อเยื่อมากไป แผลเป็นประเภทนี้จะเกิดในขอบเขตของรอยแผลเดิม ไม่นูนยื่นเหมือนแบบคีลอยด์ อาจมีอาการคันบ้าง แต่น้อยกว่าคีลอยด์

คีลอยด์ (Keloid)

การสร้างเนื้อเยื่อใหม่มีมากกว่าปกติ และมีรอยแผลนูนหนาที่ลุกลามขยายขอบเขตจากแผลเดิมไปเรื่อยๆ เกิดจากเนื้อเยื่อผิวหนังงอกผิดปกติ ซึ่งเกิดได้กับแผลทุกขนาด และไม่สามารถหายเองได้ ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพื่อป้องกันการลุกลาม

แผลเป็นจากการผ่าตัด (Surgery)

นับเป็นรอยแผลที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่แผลผ่าตัดปิดสนิทก็มีโอกาสลดเลือนรอยแผลเป็นได้

แผลเป็นจากสิว

Hypotrophic scar แผลเป็นหลุม

คือ รอยแผลเป็นชนิดบุ๋มเป็นหลุมจากสิว เกิดจากเนื้อเยื่อบนผิวถูกทำลาย และร่างกายไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อขึ้นทดแทนได้เหมือนเดิม รวมทั้งการบีบสิวจะก่อให้เกิดอาการอักเสบของสิวซ้ำที่บริเวณเดิมและอาจลุกลามมากขึ้น สิวประเภทนี้พบได้มากบริเวณใบหน้าและรอบแก้ม

Hyperpigmented scar รอยสีผิวที่ผิดปกติ

คือ รอยสีผิวที่ผิดปกติแต่ยังคงหลงเหลืออยู่ หลังจากร่างกายมีการสมานแผลตามธรรมชาติ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท แบบรอยดำ เกิดจากเมื่อสิวหาย ร่างกายมีกระบวนการสมานเนื้อเยื่อ และสร้างเซลล์เม็ดสีไม่สมบูรณ์ จะทำให้เกิดรอยคล้ำและดำแม้สิวหายสนิทแล้ว แต่รอยดำนี้ยังคงอยู่และใช้เวลานานมากที่จะจางไปเองตามธรรมชาติ


แบบรอยสิวอักเสบ ช้ำเป็นจ้ำ คือร่องรอยการมีสิวอักเสบซ้ำซาก ผิวเจ็บบวมแดง เมื่อสิวยุบแล้วร่างกายจะมีการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติแต่ยังไม่สมบูรณ์ เมื่อการอักเสบทุเลารอยแดง ช้ำเป็นจ้ำๆ ยังคงเหลืออยู่ และยากที่จะเลือนราง

แผลเป็นทั่วไป

แผลเป็นนูน (Hypertrophic scar, Keloid)

สามารถทำได้โดยการฉีดยาเพื่อสลายพังผึดในก้อนแผลเป็น หรือบางกรณีที่ใหญ่มากก็อาจรักษาโดยการทำศัลยกรรมตัดแต่งหรือฉายแสงเลเซอร์ และเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นแผลเป็นนูนซ้ำอีก หลังแผลปิดสนิทให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็น หรือปิดแผ่น silicone

แผลเป็นที่เป็นร่องลึก หรือ รอยบุ๋ม (Hypotrophic scar)

สามารถแก้ไขได้โดยให้ผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็นให้เลือนไปจนไม่ต่างจากผิวปกติที่อยู่ข้างเคียงหรือหากรอยบุ๋มลึกมากอาจให้การฉายเลเซอร์หรือการทำ Subcision เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณแผลเป็นนั้น นอกจากนี้ก็จะมีการฉีดสารเติมเต็ม (Fillers) เพื่อทดแทนคอลลาเจนเดิมที่ถูกทำลายไป ซึ่งนับเป็นวิธีที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพในการรักษาแผลเป็น

แผลเป็นจากสิว

สามารถแก้ไขได้โดยหลีกเลี่ยงการกดหรือบีบสิว และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นจากสิวโดยเฉพาะ เพื่อทำให้ผิวห่างไกลสิว และลดโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำอีก ควรใช้ผลิตภัณฑ์เมื่อแผลแห้งและปิดสนิทโดยทันทีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของผลิตภัณฑ์

สารสำคัญที่ช่วยในการดูแลแผลเป็น

MPS (Mucopolysaccharide Polysulphate)

เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นสารที่มีส่วนสำคัญในการรักษารอยแผลเป็น ช่วยในการไหลเวียนของโลหิตทำให้มีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินทดแทน และเพิ่มการอุ้มน้ำของผิวชั้นใน ทำให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงได้

Allium Cepa สารสกัดจากหัวหอม

ที่ช่วยลดเซลล์ไฟโบรบลาสต์ คอลลาเจนส่วนเกินและการสร้างเนื้อเยื่อส่วนเกินที่จะทำให้เกิดแผลเป็นนูนซึ่งทั้ง 2 สารจะทำให้การสร้างเซลล์ใหม่ เรียงตัวเป็นระเบียบและช่วยสมานผิวให้เป็นไปตามธรรมชาติ

รู้จักแผลเป็น

มาทำความเข้าใจแผลเป็นให้ถ่องแท้ เพื่อคุณจะได้ดูแลรอยแผลเป็นได้ อย่างถูกต้อง และกลับมามีผิวที่เรียบเนียนได้อีกครั้ง

แผลเป็น คือ เนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อซ่อมแซมบาดแผล ซึ่งหากสร้างมากเกินไปจะเกิดเป็นรอยแผลนูน แต่หากมีการขยายเกินขอบเขตจะเรียกว่า แผลเป็นคีลอยด์ หรือหากสร้างน้อยเกินไป ผิวหนังก็จะเป็นหลุมเพราะเนื้อเยื่อใหม่มีน้อยเกินไป

อาจกล่าวได้ว่าแผลเป็นคือการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นประเภทต่างๆ ดังนั้นหากคุณอยากให้ผิวที่เป็นแผลกลับเรียบเนียน ก็ต้องเน้นการดูแลเรื่องการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ให้มีการซ่อมแซมเป็นปกติและการไหลเวียนใต้ผิวหนังให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวกลับสุขภาพดีได้เหมือนเดิมเมื่อเกิดบาดแผล

สาเหตุแผลเป็น

แผลเป็นทั่วไป

ปัจจัยภายใน

พันธุกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลทำให้เกิดความผิดปกติของการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจนที่มีการสร้างมากหรือน้อยเกินไปจึงเกิดแผลเป็นนูน ที่เรียกว่า Hypertrophic scar, Keloid หรือแผลเป็นลักษณะบุ๋มลงไปเรียกว่า Atrophic scar ดังนั้นถ้าในครอบครัวของเรามีคนที่มีแผลเป็นง่ายตัวเราเองก็มีโอกาสในการเกิดแผลเป็นได้ง่ายเช่นกันการเกิดรอยแผลเป็นยังเกี่ยวเนื่องกับตำแหน่งที่เกิดแผลเป็นอีกด้วย เช่น บริเวณคาง, ขากรรไกร, คอ, ไหล่, หน้าอก และหลังด้านบน นับเป็นตำแหน่งที่เกิดแผลเป็นได้ง่ายที่สุด เราจึงควรดูแลรักษาเป็นพิเศษ หากมีการทำการศัลยกรรมหรือการผ่าตัดในบริเวณนี้ก็อาจจะทำให้เกิดแผลได้

ปัจจัยภายนอก

ปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็น โดยมากเกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น เกิดจากแผลอีสุกอีใส, เกิดตามหลังการฉีดวัคซีนหรือการทำศัลยกรรมโดยเมื่อเกิดแผลขึ้นก็ควรดูแลทำความสะอาดไม่ให้มีการติดเชื้อและไม่แกะสะเก็ดแผลออกก่อนที่ภายในจะมีการซ่อมแซมเซลล์จนแผลหายดีแล้วเพราะการที่สะเก็ดแผลหลุดเร็วเกินไปก็จะทำให้เพิ่มโอกาสการเกิดแผลเป็นได้มากขึ้น

แผลเป็นจากสิว

ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสิวคือเชื้อแบคทีเรีย (P. acnes) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่อาศัยไขมันจากต่อมไขมันเป็นอาหารมีการหลั่งเอนไซน์บางชนิดที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวและการอักเสบที่ผิวหนัง การดูแลที่ถูกต้องนั้นไม่เพียงหยุดการอักเสบได้แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่มีสิวเกิดซ้ำซากที่เดิมจนทำให้เป็นแผลเป็นรอยดำหรือรอยอักเสบแดง การอักเสบในสิวทำให้เนื้อเยื่อและคอลลาเจนในผิวถูกทำลาย ปกติร่างกายจะมีกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่หากการซ่อมแซมนั้นไม่สมบูรณ์หรือเกิดขึ้นผิดปกติก็จะทำให้เกิดแผลเป็นจากสิวได้

ชนิดแผลเป็น

แผลเป็นทั่วไป

ซึ่งระดับความรุนแรงจะมากกว่าแผลเป็นที่เกิดจากสิว

แผลเป็นหลุม (Hypotrophic)

เกิดจากเนื้อเยื่อผิวถูกทำลายลึกหลายชั้นและไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อทดแทนที่ชั้นผิวได้เต็มเหมือนเดิม

แผลเป็นนูนหนา (Hypertrophic)

เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเนื้อเยื่อมากไป แผลเป็นประเภทนี้จะเกิดในขอบเขตของรอยแผลเดิม ไม่นูนยื่นเหมือนแบบคีลอยด์ อาจมีอาการคันบ้าง แต่น้อยกว่าคีลอยด์

คีลอยด์ (Keloid)

การสร้างเนื้อเยื่อใหม่มีมากกว่าปกติ และมีรอยแผลนูนหนาที่ลุกลามขยายขอบเขตจากแผลเดิมไปเรื่อยๆ เกิดจากเนื้อเยื่อผิวหนังงอกผิดปกติ ซึ่งเกิดได้กับแผลทุกขนาด และไม่สามารถหายเองได้ ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพื่อป้องกันการลุกลาม

แผลเป็นจากการผ่าตัด (Surgery)

นับเป็นรอยแผลที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่แผลผ่าตัดปิดสนิทก็มีโอกาสลดเลือนรอยแผลเป็นได้

แผลเป็นจากสิว

Hypotrophic scar แผลเป็นหลุม

คือ รอยแผลเป็นชนิดบุ๋มเป็นหลุมจากสิว เกิดจากเนื้อเยื่อบนผิวถูกทำลาย และร่างกายไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อขึ้นทดแทนได้เหมือนเดิม รวมทั้งการบีบสิวจะก่อให้เกิดอาการอักเสบของสิวซ้ำที่บริเวณเดิมและอาจลุกลามมากขึ้น สิวประเภทนี้พบได้มากบริเวณใบหน้าและรอบแก้ม

Hyperpigmented scar รอยสีผิวที่ผิดปกติ

คือ รอยสีผิวที่ผิดปกติแต่ยังคงหลงเหลืออยู่ หลังจากร่างกายมีการสมานแผลตามธรรมชาติ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท แบบรอยดำ เกิดจากเมื่อสิวหาย ร่างกายมีกระบวนการสมานเนื้อเยื่อ และสร้างเซลล์เม็ดสีไม่สมบูรณ์ จะทำให้เกิดรอยคล้ำและดำแม้สิวหายสนิทแล้ว แต่รอยดำนี้ยังคงอยู่และใช้เวลานานมากที่จะจางไปเองตามธรรมชาติ


แบบรอยสิวอักเสบ ช้ำเป็นจ้ำ คือร่องรอยการมีสิวอักเสบซ้ำซาก ผิวเจ็บบวมแดง เมื่อสิวยุบแล้วร่างกายจะมีการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติแต่ยังไม่สมบูรณ์ เมื่อการอักเสบทุเลารอยแดง ช้ำเป็นจ้ำๆ ยังคงเหลืออยู่ และยากที่จะเลือนราง

การดูแลแผลเป็น

แผลเป็นทั่วไป

แผลเป็นนูน (Hypertrophic scar, Keloid)

สามารถทำได้โดยการฉีดยาเพื่อสลายพังผึดในก้อนแผลเป็น หรือบางกรณีที่ใหญ่มากก็อาจรักษาโดยการทำศัลยกรรมตัดแต่งหรือฉายแสงเลเซอร์ และเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นแผลเป็นนูนซ้ำอีก หลังแผลปิดสนิทให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็น หรือปิดแผ่น silicone

แผลเป็นที่เป็นร่องลึก หรือ รอยบุ๋ม (Hypotrophic scar)

สามารถแก้ไขได้โดยให้ผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็นให้เลือนไปจนไม่ต่างจากผิวปกติที่อยู่ข้างเคียงหรือหากรอยบุ๋มลึกมากอาจให้การฉายเลเซอร์หรือการทำ Subcision เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณแผลเป็นนั้น นอกจากนี้ก็จะมีการฉีดสารเติมเต็ม (Fillers) เพื่อทดแทนคอลลาเจนเดิมที่ถูกทำลายไป ซึ่งนับเป็นวิธีที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพในการรักษาแผลเป็น

แผลเป็นจากสิว

สามารถแก้ไขได้โดยหลีกเลี่ยงการกดหรือบีบสิว และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นจากสิวโดยเฉพาะ เพื่อทำให้ผิวห่างไกลสิว และลดโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำอีก ควรใช้ผลิตภัณฑ์เมื่อแผลแห้งและปิดสนิทโดยทันทีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของผลิตภัณฑ์

สารสำคัญที่ช่วยในการดูแลแผลเป็น

MPS (Mucopolysaccharide Polysulphate)

เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นสารที่มีส่วนสำคัญในการรักษารอยแผลเป็น ช่วยในการไหลเวียนของโลหิตทำให้มีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินทดแทน และเพิ่มการอุ้มน้ำของผิวชั้นใน ทำให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงได้

Allium Cepa สารสกัดจากหัวหอม

ที่ช่วยลดเซลล์ไฟโบรบลาสต์ คอลลาเจนส่วนเกินและการสร้างเนื้อเยื่อส่วนเกินที่จะทำให้เกิดแผลเป็นนูนซึ่งทั้ง 2 สารจะทำให้การสร้างเซลล์ใหม่ เรียงตัวเป็นระเบียบและช่วยสมานผิวให้เป็นไปตามธรรมชาติ

ข้อมูล บริษัท

ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) ณ เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมดดิโนวาเป็นสมาชิกของกลุ่ม DKSH ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก และในฐานะผู้นำทางด้านเภสัชอุตสาหกรรม เมดดิโนวามีความมุ่งมั่นที่จะมอบนวัตกรรมใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อุปโภคให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.medinova.ch

รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.medinova.ch

ติดต่อเรา

From

Contact Number

Email

Send Message

แผนที่ตั้ง